(ราคาข้างต้นเป็นราคาขายต่อตัว)
OVERVIEW
The OPT-2200 series comply with IEEE 802.3/ab Gigabit Ethernet standard. It supports two types of media for network connection such as 10/100/1000 Base-Tto 1000 Base SX/LX and connects these two types of segments to operate smoothly
OPT-2200 series can be used in 16 slot chassis as plug in module
OPT-2200 series Fiber Media Converter transforms 1000Base-T (Copper Gigabit) media to 1000Base-SX/LX (Fiber Gigabit) media and vice versa. The 1000Base-T port supports full-duplex Gigabit connection at wire speed with RJ45 connector. The fiber Gigabit connection supports shortwave (SX) or long wave (LX) laser optic with multi-mode or single-mode SC type connector.
This converter will give your Copper Gigabit connection the ability to interface with fiber connection over a distance up to 80 km!
10/100/1000 means, that media converter that converts the electrical signal of a 10/100/1000 Ethernet signal from copper to fiber. This solution will offer a low-cost integration option for network managers who want to migrate from 10/100 networks to Gigabit Ethernet. Gigabit only switches can now be connected to 10/100 networks without the need to upgrade the 10/100 side, allowing network managers to add new equipment gradually
FEATURES
- Compliant with IEEE 1000Base-T and 1000Base-LX
- One 10/100/1000Base-T RJ-45 port autosensing featured!
- One 1000Base-LX/SX Port with/ SC/ST-Type Connector
- Status LED indicators for Power, Link/Activity, Full-Duplex, and Speed
- Wall-Mountable, pluggable in universal chassis, or desktop
- Available in SingleFiber WDM versions - 1310/1550 nm wavelenghts used
- Standards: IEEE802.3z/ab 1000Base-T 1000Base-SX/LX
- LED Indicators: FX LINK, FX FDX, TP LINK, TP FDX, ACT, POWER
- Data rate: 2000Mbps full duplex
- TP: 1000 FDX with NWAY auto-negotiation
Wavelength
Multi-mode: 850nm; Single-mode: 1310nm, 1550nm
Fiber cable(m):
8.3/125, 8.7/125, 9/125 or 10/125 single-mode
Maximum distance: Multimode;550m Single-mode;20km/40km/60km/80km/100km/120km
Power supply: 100 to 240VAC 50 to 60Hz
Input power: 2A +5V
Dimensions: 81mm(L)X105mm(W)X26.2mm(H)
Environment
Relative humidity: 5% to 90%
Operating temperature: 0 to 70
Storage temperature: -20 to 85
สินค้ารุ่นเคียง Spac เดียวกัน ต่างกันที่ระยะทางที่ใช้ BY ORDER 15-30 DAY : Warranty 3Year
Model No.
|
Description
|
|
OPT-2200
|
10/100/1000M Multi-mode 850nm 550m
|
|
OPT-2200S20
|
10/100/1000M Single-mode 1310nm 20Km
|
|
OPT-2200S40
|
10/100/1000M Single-mode 1310nm 40Km
|
|
OPT-2200S80
|
10/100/1000M Single-mode 1310nm 80Km
|
|
Model No.
|
Description*
|
|
OPT-3200S20
|
10/100/1000M Single-mode WDM 1310/1550nm 20Km
|
|
OPT-3200S40
|
10/100/1000M Single-mode WDM 1310/1550nm 40Km
|
|
OPT-3200S60
|
10/100/1000M Single-mode WDM 1310/1550nm 60Km
|
|
OPT-3200S80
|
10/100/1000M Single-mode WDM 1310/1550nm 80Km
|
|
*OPT-3200S** คุณสมบัติทางเทคนิคเหมือนกับรุ่น OPT-2200S Serial แต่สิ่งที่ต่างกันคือ OPT-3200S** มีเทคโนโลยี WDM เข้าเกี่ยวข้อง ซึ่งมีคำอธิบายดังต่อไปนี้
Wavelength-division multiplexing: WDM คือการนำสัญญาณที่มีความยาวคลื่นต่างกันมารวมกัน แล้วทำการส่งเข้าไปในเส้นใยแก้วนำแสง เทคโนโลยี WDM เป็นเทคโนโลยีที่ใช้เพิ่มขนาดแบนด์วิท การส่งข้อมูลบนเครือข่ายใยแก้วนำแสง โดยการรวมส่งข้อมูลหลายชุดพร้อมกันโดยใช้วิธีผสมแสงแถบความถี่แคบๆเข้าด้วยกัน เป็นแถบกว้างคล้าย FDM คือ ทำ MUX ข้อมูลโดยใช้สัญญาณพาหะต่างความถี่ต่างกันที่ความถี่นั้นค่าสูงมาก โดยข้อมูลแต่ละชุดใช้แสงที่มีความยาวคลื่นที่แตกต่างกันลงบนสายใยแก้วเส้นเดียว ปัจจุบันเทคโนโลยี WDM ได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญบนอุปกรณ์เครือข่ายใยแก้วนำแสง เพราะด้วยแบนด์วิทที่เพิ่มขึ้นมาก ทำให้สามารถใช้งานแอปพลิเคชันใหม่ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถติดตั้งเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของระบบเดิมที่มีอยู่ก่อนได้ง่าย และด้วยการที่ WDM เป็นเทคโนโลยีในชั้นกายภาพ จึงสามารถใช้เทคโนโลยีนี้กับระบบต่างๆ ได้ เช่นทั้งอุปกรณ์ SONE, ATM switch หรือแม้แต่ IP router
ในการทำงาน WDM จะต้องมีต้องส่งและรับสัญญาณดังนี้
- ทางด้านส่ง (MUX) ต้องการรวมแสงที่ความยาวคลื่นต่างกันเข้าด้วยกัน mux ที่ใช้ในการรวมแสงมีหลายลักษณะ เช่น คับเปลอร์เส้นใยแก้ว คับเปลอร์แบบระนาบ
- ทางด้านรับ (DEMUX) ต้องการแยกแสงที่มีความยาวคลื่นต่างกันออกจากกัน
ข้อเสียของระบบ WDM คือจะเป็นการยากในการออกแบบระบบสถานีทวนสัญญาณเชิงแสง เนื่องจากค่าความยาวคลื่นที่ต่างกันจะทำให้ ระยะทางของสถานีทวนสัญญาณแต่ละความยาวคลื่นนั้นแตกต่างกัน ดั้งนั้นจึงทำให้กำเนิดระบบ DWMD เกิดขึ้นเพื่อลดข้อจำกัดทางการออกแบบวงจรของสถานีทวนสัญญาณเชิงแสง จึงได้คิดค้นที่จะทำการทดลองโดยใช้หมู่ธาตุหายากโดยใช้ธาตุ Erbium ที่ทำให้ความยาวคลื่นที่ 1550 nm สามารถขยายสัญญาณในช่วงความถี่ดังกล่าวโดยเหมือนกับว่าเป็นสถานีทวนสัญญาณเชิงแสงนั้นเอง
ติดตามเรา